การหยิบนำบทเพลงระดับคลาสสิกมาร้องใหม่หรือคัฟเวอร์ให้ออกมามีเสน่ห์เฉพาะตัวนั้น ถือเป็นหนึ่งในความท้าทายขั้นสูงของคนทำงานดนตรี เพราะไม่ใช่แค่การร้องตามโน้ตหรือเปลี่ยนคีย์ แต่คือการรื้อถอนโครงสร้างทางอารมณ์แล้วถ่ายทอดใหม่ด้วยเอกลักษณ์ของตัวเอง
สำหรับนักแต่งเพลงและศิลปินมากฝีมืออย่าง คริส สเตเปิลตัน เรื่องนี้กลายเป็นเครื่องหมายการค้าของเขาไปแล้ว ไม่ว่าเขาจะจับเพลงไหนมาเรียบเรียงใหม่ ลายเซ็นทางดนตรีอันเข้มข้นของเขาก็กระชากอารมณ์คนฟังให้คล้อยตามได้เสมอ และล่าสุดเขาก็ได้พิสูจน์เวทมนตร์นี้อีกครั้งบนเวทีสำคัญ
ลายเซ็นทางดนตรีที่เปลี่ยนทุกบทเพลงให้กลายเป็นตำนาน
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในงานประกาศรางวัล อเมริกานา ฮอนเนอร์ส แอนด์ อะวอร์ดส์ ครั้งที่ 25 ณ ไรม์แมน ออดิทอเรียม เมืองแนชวิลล์ รัฐเทนเนสซี โดยสถาบัน บีเอ็มไอ ได้จัดพิธีมอบรางวัลอันทรงเกียรติ ทรูบาดัวร์ อะวอร์ด ให้แก่ เชอริล โครว์ เพื่อเชิดชูเกียรติในฐานะนักแต่งเพลงผู้สร้างแรงบันดาลใจและเปลี่ยนโฉมหน้าวงการเพลงอเมริกัน
ไฮไลต์สำคัญของค่ำคืนนั้นคือการที่ คริส สเตเปิลตัน ขึ้นแสดงบนเวทีด้วยการนำเพลง ไอ แชล บีลีฟ ของ เชอริล โครว์ มาตีความใหม่ในเวอร์ชันที่เต็มไปด้วยพลังเสียงอันหลอกหลอนและบาดลึก ซึ่งเพลงนี้มีความสำคัญอย่างมากเพราะเป็นบทเพลงที่ เชอริล โครว์ ใช้เป็นเพลงปิดท้ายการแสดงสดบนคอนเสิร์ตของเธอมาโดยตลอด
เคลย์ แบรดลีย์ รองประธานของ บีเอ็มไอ ได้กล่าวชื่นชม เชอริล โครว์ บนเวทีว่า เธอคือจุดสูงสุดของความเป็นเลิศในการแต่งเพลง ที่ใช้วิชาดนตรีและความซื่อสัตย์ในผลงานสร้างแรงบันดาลใจให้แก่นักแต่งเพลงรุ่นหลัง พร้อมทั้งสร้างแม่แบบให้แก่คนทำงานสร้างสรรค์ที่ต้องการเติบโตในเส้นทางสายดนตรีอย่างแท้จริง
ย้อนรอยเพลงคลาสสิกยุคเก้าศูนย์กับเบื้องหลังโครงสร้างเพลงฮิต
หากเจาะลึกไปถึงตัวบทเพลง ไอ แชล บีลีฟ เพลงนี้ถูกปล่อยออกมาครั้งแรกเมื่อปีคริสต์ศักราช 1993 ในอัลบั้มเปิดตัวของเธอที่มีชื่อว่า ทิวส์เดย์ ไนท์ มิวสิก คลับ โดยเป็นการร่วมกันเขียนบทเพลงระหว่าง เชอริล โครว์ และ บิล บอตเทรลล์ โปรดิวเซอร์คู่ใจ
ความสำเร็จของการจัดวางโครงสร้างดนตรีและเนื้อหาในอัลบั้มดังกล่าว ส่งผลให้ ทิวส์เดย์ ไนท์ มิวสิก คลับ สามารถทะยานขึ้นไปถึงอันดับที่ 3 บนชาร์ต บิลบอร์ด 200 ของสหรัฐอเมริกา และยังข้ามไปคว้าอันดับที่ 1 บนชาร์ตอัลบั้มของประเทศออสเตรเลีย แสดงให้เห็นถึงความเก่งกาจในการแต่งเพลงที่เข้าถึงคนฟังได้ในระดับสากล
แม้ว่าจะประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามและมีเพลงฮิตมากมาย แต่ เชอริล โครว์ เคยเปิดเผยถึงเบื้องหลังทางความคิดในการทำงานเพลงว่า สิ่งที่ทำให้เธอยังคงผลักดันตัวเองอยู่เสมอ คือความรู้สึกที่ว่าเธอยังไม่ได้เขียนบทเพลงที่ดีที่สุดของตัวเองเลย แม้จะมีเพลงที่ภาคภูมิใจ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความเข้าใจในชีวิตก็เพิ่มขึ้น และเธอหวังว่าจะปล่อยให้แรงบันดาลใจเป็นตัวนำทางโดยไม่เอาตัวเองไปขวางกั้น
การที่ คริส สเตเปิลตัน หยิบเพลงนี้มาเรียบเรียงใหม่จนกลายเป็นเวอร์ชันอันน่าทึ่ง จึงเป็นเครื่องยืนยันว่าบทเพลงที่เขียนขึ้นด้วยความประณีตเมื่อหลายสิบปีก่อน ยังคงมีพลังและอิทธิพลต่อวงการดนตรีไม่เสื่อมคลาย เหมือนเช่นที่เขาเคยสร้างปรากฏการณ์มาแล้วกับการนำเพลง เทนเนสซี วิสกี, นอทธิง เอลส์ แมตเทอร์ส หรือ ไอ วอนต์ เลิฟ มาตีความใหม่ คุณคิดว่าองค์ประกอบใดในการเรียบเรียงเพลงระดับคลาสสิก คือหัวใจสำคัญที่สุดในการเปลี่ยนเพลงเก่าให้กลายเป็นผลงานลายเซ็นของตัวเอง?
ที่มา: American Songwriter