ถ้าพูดถึงวงสลิปน็อต ภาพที่ลอยมาในหัวคงหนีไม่พ้นความดุดันและซาวด์กีตาร์ที่หนักหน่วงกระแทกใจ แต่เชื่อไหมว่าเบื้องหลังความโหดเหล่านั้น มีมุมมองทางดนตรีที่ละเอียดอ่อนซ่อนอยู่ โดยเฉพาะในช่วงอัลบั้มที่ห้าอย่าง .5: The Gray Chapter ที่ออกมาเมื่อปี 2014 ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่ท้าทายที่สุดของวง เพราะพวกเขาต้องก้าวผ่านการสูญเสียครั้งใหญ่และการเปลี่ยนแปลงสมาชิกในวงไปพร้อม ๆ กัน

ความท้าทายท่ามกลางพายุแห่งการเปลี่ยนแปลง

จิม รูท และ มิก ทอมสัน สองมือกีตาร์คู่หูของวงเคยเล่าให้ฟังว่า ช่วงเวลานั้นเต็มไปด้วยความโศกเศร้าจากการจากไปของ พอล เกรย์ มือเบสผู้ร่วมก่อตั้งวง และการแยกทางกับมือกลองฝีมือฉกาจอย่าง โจอี จอร์ดิสัน การกลับมารวมตัวกันอีกครั้งจึงไม่ใช่แค่เรื่องของดนตรี แต่คือการพิสูจน์ว่าจิตวิญญาณของวงยังคงอยู่ แม้ชีวิตส่วนตัวของแต่ละคนจะเจอกับเรื่องราวหนักหนามากมาย แต่เมื่อพวกเขากลับมาจับเครื่องดนตรีร่วมกัน ความรู้สึกเหมือนตอนที่ยังไม่เคยแยกจากกันก็หวนคืนมาอีกครั้ง

พวกเขาโชคดีมากที่มีนักร้องนำอย่าง คอรีย์ เทย์เลอร์ ที่มีพลังเสียงเหลือล้นและเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างสรรค์งาน มิกบอกว่าการมีนักร้องที่ทั้งดุดันและร้องเพลงได้ไพเราะราวกับสั่งได้นั้นเป็นเรื่องวิเศษมาก การที่คอรีย์สามารถถ่ายทอดอารมณ์ได้หลากหลายรูปแบบ ทำให้วงมีทางเลือกในการทำเพลงที่กว้างขึ้น และนั่นคือจุดเริ่มต้นของซาวด์ที่แปลกใหม่ในเพลงอย่าง Goodbye

เมื่อซาวด์กีตาร์สายดาร์กได้รับอิทธิพลจากฝั่งอังกฤษ

ในเพลง Goodbye ที่หลายคนอาจจะคุ้นหูกับความหม่นและบรรยากาศที่ลอยฟุ้ง จิมเผยว่าเขาได้แรงบันดาลใจมาจากมือกีตาร์ระดับเทพอย่าง จอนนี กรีนวูด แห่งวงเรดิโอเฮด โดยเขาใช้ซอฟต์แวร์จำลองเสียงกีตาร์อย่าง กีตาร์ริก 5 บนแล็ปท็อปในห้องพักโรงแรมระหว่างออกทัวร์ เพื่อสร้างซาวด์ที่ให้ความรู้สึกแอมเบียนต์และมีความโปร่งใสแบบที่เขาต้องการ

จิมยอมรับตรง ๆ เลยว่า หลายคนอาจจะประหลาดใจที่เขาหยิบเอาชื่อวงอย่าง เบลอ และ เรดิโอเฮด ขึ้นมาเป็นแรงบันดาลใจ แต่สำหรับเขาแล้ว เวลาที่รู้สึกเบื่อหรืออยากพักจากงานหนัก ๆ เขามักจะนั่งเล่นกีตาร์ไปพร้อมกับเพลงที่ตัวเองชอบ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเพลงร็อกแอนด์โรลจากฝั่งอังกฤษ ตั้งแต่ระดับปรมาจารย์อย่าง จิมมี เพจ ไปจนถึง เกรแฮม ค็อกซัน แห่งวงเบลอ

มุมมองนักดนตรีที่มองข้ามขีดจำกัดของแนวเพลง

จิมมองว่าถึงแม้แนวเพลงของ เรดิโอเฮด กับ สลิปน็อต จะอยู่คนละขั้วกัน แต่ในแง่ของวิธีการเข้าถึงกีตาร์นั้นมีความน่าสนใจอย่างยิ่ง เขาชื่นชมในวิธีการที่ เกรแฮม ค็อกซัน สามารถสอดแทรกเสียงกีตาร์เข้าไปในเพลงป๊อปได้อย่างแนบเนียนและลงตัว ซึ่งสำหรับจิมแล้ว นี่คือศิลปะที่น่าทึ่งมาก เพราะในประวัติศาสตร์ดนตรีป๊อป กีตาร์มักจะไม่ได้เป็นตัวชูโรงหลักเหมือนในแนวเพลงอื่น ๆ

การที่มือกีตาร์ระดับโลกอย่าง จิม รูท ยังคงเปิดใจรับอิทธิพลใหม่ ๆ และหยิบจับเทคนิคจากแนวเพลงที่ไม่คุ้นเคยมาปรับใช้กับซาวด์ที่หนักหน่วงของตัวเอง เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าดนตรีไม่มีพรมแดนจริงๆ ยิ่งได้เห็นว่าเขาสามารถเปลี่ยนบรรยากาศจากเพลงที่ดุดันมาเป็นเพลงที่มีความลึกซึ้งทางอารมณ์ได้เพียงเพราะความชื่นชอบส่วนตัว ยิ่งทำให้เราเห็นเสน่ห์ของการเป็นนักดนตรีที่ไม่เคยหยุดนิ่ง

คุณคิดว่าการที่ศิลปินแนวดนตรีหนัก ๆ หันไปรับแรงบันดาลใจจากวงดนตรีแนวอื่น มีส่วนช่วยให้ดนตรีในปัจจุบันมีความหลากหลายและน่าสนใจขึ้นมากน้อยแค่ไหนครับ