เวลาที่เราพูดถึงเรื่องการจัดการอุณหภูมิในบ้านให้เป็นระบบอัจฉริยะ หลายคนมักจะสับสนระหว่างสองอุปกรณ์หลัก คือตัวควบคุมอุณหภูมิอัจฉริยะที่ติดผนัง กับวาล์วปรับอุณหภูมิอัจฉริยะที่ติดอยู่กับตัวหม้อน้ำทำความร้อน ซึ่งจริงๆ แล้วทั้งคู่มีหน้าที่และเป้าหมายในการทำงานที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง เหมือนกับเราเลือกระหว่างการคุมภาพรวมของทั้งบ้านกับการคุมความสบายเฉพาะจุดนั่นเองครับ
ถ้าให้พูดกันแบบง่ายที่สุด การจะตัดสินใจเลือกซื้ออุปกรณ์เหล่านี้ เราต้องเข้าใจก่อนว่าแต่ละตัวมีหน้าที่อะไรกันบ้าง เพราะในหลายๆ บ้าน การมีทั้งสองอย่างอาจจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด แต่ถ้าหากคุณเพิ่งเริ่มต้นและยังไม่รู้ว่าจะเอาอะไรก่อนดี การทำความเข้าใจขอบเขตการทำงานของแต่ละอุปกรณ์จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นมากครับ
หน้าที่ของตัวควบคุมอุณหภูมิอัจฉริยะ
ตัวควบคุมอุณหภูมิอัจฉริยะ หรือที่หลายคนคุ้นเคยในฐานะอุปกรณ์คุมอุณหภูมิหลักของบ้าน หน้าที่ของมันคือการเป็นศูนย์กลางสั่งการทั้งระบบครับ อุปกรณ์ตัวนี้มักจะถูกติดตั้งไว้ในจุดที่เป็นหัวใจของบ้าน เช่น โถงทางเดินหรือห้องนั่งเล่น มันจะอ่านค่าอุณหภูมิในจุดที่มันอยู่ แล้วตัดสินใจว่าจะสั่งให้หม้อต้มน้ำร้อนเริ่มทำงานหรือไม่
จุดที่น่าสนใจคือ เมื่อตัวควบคุมนี้สั่งให้หม้อต้มทำงาน หม้อน้ำทุกตัวในบ้านก็จะร้อนขึ้นพร้อมกันหมด และเมื่ออุณหภูมิในจุดที่ตัวควบคุมติดตั้งอยู่ถึงเป้าหมาย มันก็จะสั่งให้ระบบหยุดทำงานทันที ไม่ว่าห้องอื่นๆ ในบ้านจะอุณหภูมิเป็นอย่างไรก็ตาม อุปกรณ์อย่างตัวควบคุมของทาโด หรืออีโคบี ก็ทำงานในลักษณะนี้ ซึ่งนอกจากจะช่วยเรื่องการตั้งเวลาหรือสั่งงานผ่านแอปได้แล้ว หลักการพื้นฐานของมันก็ยังคงเป็นการใช้เซนเซอร์ตัวเดียวตัดสินใจแทนทั้งบ้านครับ
วาล์วอัจฉริยะกับการคุมความสบายเฉพาะห้อง
ในทางกลับกัน วาล์วปรับอุณหภูมิอัจฉริยะ หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่าสมาร์ททีอาร์วี จะทำงานที่ปลายทางของระบบครับ มันจะเข้าไปแทนที่วาล์วแบบหมุนมือเดิมๆ ที่ติดอยู่กับหม้อน้ำแต่ละตัว ทำให้เราสามารถควบคุมอุณหภูมิของแต่ละห้องได้อย่างอิสระ แยกออกจากห้องอื่นๆ ในบ้านได้อย่างสิ้นเชิง
ความฉลาดของมันขึ้นอยู่กับระบบที่คุณเลือกใช้ด้วยครับ บางระบบตัววาล์วสามารถสั่งให้หม้อต้มน้ำทำงานได้โดยตรงเมื่อห้องนั้นๆ ต้องการความร้อน แต่บางระบบก็ทำได้เพียงแค่คุมการไหลของน้ำร้อนในห้องนั้นๆ ในขณะที่ระบบหลักยังคงทำงานอยู่ หากคุณเลือกใช้ระบบที่วาล์วสามารถสั่งการหม้อต้มได้ คุณก็จะสามารถตั้งค่าให้แต่ละห้องมีอุณหภูมิที่แตกต่างกันตามการใช้งานจริง ซึ่งช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากเพราะเราไม่ต้องเปิดความร้อนทิ้งไว้ในห้องที่ไม่มีคนอยู่ครับ
จำเป็นต้องมีทั้งสองอย่างไหม
จริงๆ แล้วเราไม่จำเป็นต้องมีทั้งสองอย่างเสมอไปครับ หากคุณใช้ระบบที่รองรับการสั่งการผ่านวาล์วอัจฉริยะโดยตรง คุณก็อาจจะไม่ต้องติดตั้งตัวควบคุมอุณหภูมิแบบติดผนังเลยก็ได้ แต่สิ่งที่คุณอาจจะอยากได้เพิ่มเข้ามาคือเซนเซอร์วัดอุณหภูมิแบบไร้สาย ซึ่งจะทำหน้าที่เหมือนตัวควบคุมอุณหภูมิย่อยๆ ในแต่ละห้อง เพื่อช่วยให้วาล์วทำงานได้แม่นยำขึ้นหากตัววาล์วหลักไปติดตั้งอยู่ในจุดที่อับลมหรือโดนเฟอร์นิเจอร์บัง
การติดวาล์วอัจฉริยะให้ครบทุกหม้อน้ำในบ้านถือเป็นวิธีที่ได้ประสิทธิภาพสูงสุดครับ เพราะถ้าคุณติดไม่ครบ ห้องที่ไม่มีวาล์วอัจฉริยะอาจจะร้อนเกินความจำเป็นเมื่อระบบสั่งทำความร้อนให้ห้องอื่น แต่ถ้าถามถึงเรื่องความคุ้มค่า ตัวควบคุมอุณหภูมิแบบติดผนังตัวเดียวมักจะราคาถูกกว่าและดูแลรักษาง่ายกว่า เพราะไม่ต้องคอยเปลี่ยนแบตเตอรี่ในอุปกรณ์หลายๆ ตัวเหมือนกับการติดวาล์วทุกห้องครับ
ต้นทุนและการติดตั้งที่ต้องคำนึงถึง
ในแง่ของการติดตั้ง ตัวควบคุมอุณหภูมิแบบติดผนังมักจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ง่ายกว่าและใช้เวลาไม่นาน แต่อาจจะต้องอาศัยช่างผู้เชี่ยวชาญมาช่วยดูแล ส่วนวาล์วอัจฉริยะนั้นคุณสามารถติดตั้งเองได้ง่ายๆ แค่หมุนของเก่าออกแล้วใส่ของใหม่แทนที่ แต่ถ้าบ้านคุณมีหม้อน้ำหลายตัว ค่าใช้จ่ายจะพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วครับ
การติดตั้งวาล์วให้ครบทุกห้องในบ้านทั่วไปที่มีหม้อน้ำราว 8 ถึง 10 ตัวขึ้นไป พร้อมกับตัวฮับเชื่อมต่อสัญญาณ อาจมีค่าใช้จ่ายรวมกันสูงถึงระดับหลายหมื่นบาท (ราว 30,000 ถึง 40,000 บาทขึ้นไป) ซึ่งเป็นราคาที่ยังไม่รวมค่าอุปกรณ์เสริมอื่นๆ นอกจากนี้คุณยังต้องเลือกใช้ระบบในเครือเดียวกันเพื่อให้การทำงานราบรื่นที่สุดครับ
ความสะดวกในการใช้งานจริง
แม้ว่าวาล์วอัจฉริยะจะให้ความยืดหยุ่นสูง แต่สำหรับบ้านขนาดเล็กหรือคนที่ต้องการความเรียบง่าย ตัวควบคุมอุณหภูมิแบบติดผนังตัวเดียวยังคงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้ดีกว่า ทั้งในแง่ของราคาและการบำรุงรักษาที่ไม่ต้องกังวลเรื่องแบตเตอรี่จำนวนมากในทุกๆ ห้อง
นอกจากนี้ หากคุณเป็นผู้เช่าที่พักอาศัย การติดตั้งวาล์วอัจฉริยะอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการไปยุ่งกับระบบหม้อต้มหลักของบ้าน เพราะคุณสามารถเปลี่ยนกลับเป็นของเดิมได้ง่ายเมื่อย้ายออก โดยที่ยังได้รับความสบายในระดับที่ต้องการในแต่ละห้องนั่นเองครับ คุณคิดว่าความสะดวกในการควบคุมอุณหภูมิแยกห้องมีความสำคัญมากน้อยแค่ไหนเมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายที่ต้องลงทุนเพิ่มครับ
ที่มา: The Ambient