เวลาเราไถหน้าฟีดในกลุ่มคนรักบ้านหรือเว็บบอร์ดชื่อดังอย่างเรดดิต แล้วมีคนถามหาหุ่นยนต์ดูดฝุ่นสักตัว เชื่อไหมครับว่าชื่อของโรโบร็อคจะโผล่ขึ้นมาให้เห็นบ่อยกว่าแบรนด์ไหน ๆ จนหลายคนเริ่มสงสัยว่ามันดีจริงสมคำร่ำลือไหม ล่าสุดทางค่ายได้ส่งเจ้า โรโบร็อค คิวเรโว สอง โปร ซึ่งเป็นรุ่นระดับกลางที่เปิดตัวมาในราคา 800 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 28,000 บาท) เข้ามาทำตลาด โดยชูจุดเด่นว่าเป็นหุ่นยนต์ที่ทำได้ทั้งดูดฝุ่นและถูพื้นแบบครบวงจร มีแท่นชาร์จที่จัดการล้างม็อบถูพื้นและดูดฝุ่นออกจากถังเก็บให้เองอัตโนมัติ แถมยังมีแขนถูพื้นยื่นออกมาเก็บรายละเอียดตามขอบมุมหรือใต้ประตูได้ด้วยครับ
เริ่มต้นใช้งานที่ต้องมีลุ้น
ประสบการณ์การแกะกล่องถือว่าทำได้ดีเลยครับ เพราะเขาไม่ได้ยัดโฟมหรือพลาสติกกันกระแทกมาให้รกบ้านเหมือนยี่ห้ออื่น การติดตั้งทุกอย่างตั้งแต่แกะออกจากกล่อง เสียบปลั๊กแท่นชาร์จ เติมน้ำสะอาด และเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชัน ใช้เวลาไปเพียง 11 นาทีเท่านั้น แต่ความสนุกที่แท้จริงดันมาเกิดตอนที่เครื่องวิ่งสำรวจบ้านรอบแรกเสร็จครับ เพราะเจ้าหุ่นยนต์ตัวนี้ดันหาแท่นชาร์จตัวเองไม่เจอ พยายามถอยเข้าถอยออกอยู่นั่นจนน่าสงสาร ผมต้องคอยเอามือจับให้มันเข้าที่เข้าทางเพื่อชาร์จไฟไปพลาง ๆ หวังว่าการอัปเดตซอฟต์แวร์จะช่วยแก้ปัญหาได้ แต่พออัปเดตเสร็จมันก็ยังกลับมาทำพฤติกรรมเดิม ๆ คือเข้าแท่นชาร์จไม่สนิท แถมยังเก็บม็อบถูพื้นกลับเข้าที่ไม่ได้อีกต่างหาก
หลังจากนั่งงมหาคำตอบอยู่ชั่วโมงครึ่ง ผมก็ตัดสินใจส่งอีเมลไปถามทางโรโบร็อค จนได้ความว่าเป็นปัญหาจากขั้นตอนการผลิตบางอย่างครับ ก่อนที่ทางศูนย์จะตอบกลับ ผมก็ไปเจอต้นตอเข้าจนได้ คือชิ้นส่วนพลาสติกใต้แปรงลูกกลิ้งมันใส่มาไม่ลงล็อกพอดี ผมเลยลองใช้ไขควงงัดให้มันเข้าที่เข้าทาง ปรากฏว่าหลังจากนั้นเจ้าหุ่นยนต์ก็กลับมาทำงานได้ปกติ แท่นชาร์จทำงานได้ราบรื่น และเก็บม็อบได้แม่นยำเหมือนไม่เคยมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นมาก่อนเลยครับ
ผลงานการทำความสะอาดที่วางใจได้
พอปัญหาจุกจิกเรื่องการประกอบจบไป เจ้าคิวเรโว สอง โปร ก็กลายเป็นผู้ช่วยทำความสะอาดที่ไว้ใจได้มากครับ มันสามารถเก็บเศษฝุ่นเล็ก ๆ บนพื้นแข็งและพรมได้สะอาดหมดจด โดยที่ไม่มีปัญหาเรื่องการอุดตันในถังเก็บฝุ่นเลย เสียงการทำงานก็ถือว่าเบาใช้ได้ครับ ถ้าไม่ได้เปิดโหมดแรงสุดที่เรียกว่า แม็กซ์พลัส เรายังสามารถคุยกันในห้องได้สบาย ๆ ส่วนเรื่องเสียงตอนที่แท่นชาร์จดูดฝุ่นออกจากตัวหุ่นยนต์ก็ทำได้ดี ไม่ดังสนั่นเหมือนเครื่องยนต์เจ็ตเหมือนรุ่นอื่น ๆ ในตลาด
สำหรับการถูพื้นนั้นถือว่าสอบผ่านครับ แผ่นม็อบฝั่งขวามันสามารถยื่นออกมาเก็บขอบผนังหรือซอกใต้ประตูได้จริง แต่ในเรื่องการตรวจจับพรมตัวเครื่องยังทำได้ไม่เนียนเท่าไหร่ บางครั้งมันเกือบจะลากม็อบเปียก ๆ ไปโดนพรมในห้องกินข้าว ผมแนะนำว่าถ้าบ้านใครมีพรม ควรเข้าไปตั้งค่าในแอปให้ชัดเจนจะปลอดภัยที่สุดครับ ส่วนคราบฝังลึกอย่างซอสมะเขือเทศที่ผมลองทดสอบดู มันต้องวิ่งผ่านถึงสองรอบถึงจะสะอาดหมดจด ซึ่งเอาเข้าจริงใช้ผ้าเช็ดมือถูเองอาจจะไวกว่า แต่ถ้าเป็นการถูพื้นทั่วไปเพื่อขจัดฝุ่นละอองถือว่าทำหน้าที่ได้ดีและไม่มีรอยคราบน้ำทิ้งไว้บนพื้นครับ
จุดที่ต้องระวังและข้อสังเกตทิ้งท้าย
เรื่องแบตเตอรี่ถือว่าสอบผ่านฉลุยครับ สามารถดูดฝุ่นและถูพื้นห้องขนาดประมาณ 70 ตารางเมตรของผมได้จนจบในเวลาไม่ถึงสองชั่วโมง และแบตเตอรี่ยังเหลืออีกเกินครึ่ง ซึ่งถือว่าอึดกว่าหุ่นยนต์รุ่นอื่นที่เคยทดสอบมา แต่สิ่งที่ผมยังไม่ค่อยประทับใจคือระบบหลบหลีกสิ่งกีดขวางครับ มันหลบรองเท้าหรือกล่องได้ดีนะ แต่ถ้าเป็นสายไฟวางอยู่บนพื้นล่ะก็ มันมองไม่เห็นเลยครับ ผมลองเอาสายชาร์จมาวางทิ้งไว้ มันจัดการเขมือบเข้าไปในแปรงลูกกลิ้งจนเครื่องค้างแทบทุกครั้ง รวมถึงถุงเท้าหรือริบบิ้นด้วย
ทางโรโบร็อคชี้แจงว่านี่เป็นข้อจำกัดตามระดับราคาครับ เพราะรุ่นนี้ไม่มีกล้องความละเอียดสูงเหมือนรุ่นท็อป ๆ ที่ช่วยแยกแยะวัตถุชิ้นเล็กชิ้นน้อยได้ดีกว่า แม้ว่าจะแอบเสียดายที่ต้องคอยมานั่งเก็บสายไฟก่อนปล่อยหุ่นยนต์ทำงาน แต่ถ้าเทียบกับประสิทธิภาพโดยรวมและราคาที่จ่ายไป ก็นับว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่อยากได้ผู้ช่วยทำความสะอาดในงบระดับนี้ครับ แล้วสำหรับคุณล่ะครับ คิดว่าการต้องคอยเก็บของบนพื้นก่อนให้หุ่นยนต์ทำงานเป็นเรื่องปกติที่ยอมรับได้ หรืออยากได้เครื่องที่ฉลาดพอจะหลบทุกอย่างให้เรามากกว่ากันครับ
ที่มา: Smart Home