บรรยากาศในวงการเพลงช่วงนี้กำลังคุกรุ่นไปด้วยกระแสวิพากษ์วิจารณ์ หลังจากที่มีข่าวใหญ่สะเทือนวงการว่า แม็คเคิลมอร์ แรปเปอร์หนุ่มเจ้าของเพลงฮิต ได้ถูกถอดออกจากการเป็นศิลปินเปิดโชว์ในทัวร์คอนเสิร์ตที่ชื่อว่า ลูป ทัวร์ ของศิลปินหนุ่มชื่อดัง เอ็ด ชีแรน ซึ่งข่าวนี้สร้างความตกใจให้กับแฟนเพลงทั่วโลกไม่น้อย เพราะหลายคนคงคุ้นเคยกับภาพลักษณ์ของทั้งคู่ในฐานะเพื่อนร่วมวงการที่สนิทสนมกันมายาวนานถึง 13 ปี

จุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อ แม็คเคิลมอร์ ได้ขึ้นแสดงบนเวทีที่สนามกีฬามีตไลฟ์ ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา โดยในระหว่างโชว์เขาได้กล่าวถ้อยคำเรียกร้องให้มีการปลดปล่อยปาเลสไตน์ และต้องการให้เสียงของเขาส่งไปถึงผู้คนในฉนวนกาซาและเขตเวสต์แบงก์ ซึ่งถ้อยคำดังกล่าวกลายเป็นประเด็นร้อนแรงจนนำไปสู่การล่ารายชื่อเพื่อเรียกร้องให้ถอดเขาออกจากทัวร์คอนเสิร์ตในเวลาต่อมา

เบื้องหลังความขัดแย้งที่ไม่มีใครอยากให้เกิด

ทางด้าน เมสซินา ทัวร์ริง กรุ๊ป ผู้จัดงานทัวร์คอนเสิร์ตของ เอ็ด ชีแรน ในสหรัฐอเมริกา ได้ออกมายืนยันว่าจำเป็นต้องยุติการร่วมงานกับ แม็คเคิลมอร์ ในรอบการแสดงที่เหลือทั้งหมด โดยให้เหตุผลว่าหากยังคงให้เขาขึ้นแสดงต่อไป อาจส่งผลให้ต้องมีการยกเลิกคอนเสิร์ตในหลายเมือง ซึ่งจะกระทบต่อแฟนเพลงจำนวนหลายแสนคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

แม็คเคิลมอร์ ได้ออกมาเปิดใจผ่านช่องทางส่วนตัวว่า เขาได้รับทราบถึงแรงกดดันที่ส่งไปถึง เอ็ด ชีแรน โดยอ้างว่าเจ้าของสนามกีฬาทั้งหลายได้รวมตัวกันยื่นคำขาดให้ถอดเขาออกจากโชว์ มิเช่นนั้นจะไม่อนุญาตให้ใช้สถานที่ แม้เหตุการณ์นี้จะทำให้เขาเสียโอกาสในการแสดงไปหลายเวที แต่เขาก็ย้ำชัดว่าตนเองไม่ใช่เหยื่อ และไม่ได้มองว่า เอ็ด ชีแรน เป็นเหยื่อเช่นกัน เพราะผู้ที่ได้รับผลกระทบที่แท้จริงคือชาวปาเลสไตน์ที่กำลังเผชิญกับภาวะสงครามในขณะนี้

เสียงสะท้อนจากเพื่อนร่วมวงการ

ท่าทีของ แม็คเคิลมอร์ ได้สร้างแรงกระเพื่อมไปไกลเกินกว่าแค่เรื่องของตารางทัวร์ โดยมีศิลปินและคนดังหลายคนออกมาแสดงจุดยืนเคียงข้างเขา อย่างเช่น มิสเรเชล ครูสอนเด็กชื่อดังจากยูทูบ ที่ได้โพสต์ข้อความถึง เอ็ด ชีแรน โดยตั้งคำถามว่าทำไมถึงยอมสยบให้กับแรงกดดันในการลงโทษศิลปินที่ออกมาแสดงความเห็น และเธอยังย้ำว่าการนิ่งเฉยต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่ทางออกที่เป็นกลาง

ในขณะที่วงร็อกระดับตำนานอย่าง การ์เบจ ก็ได้ออกมาแสดงความเห็นว่าการตัดสินใจครั้งนี้ช่างดูบ้าคลั่งและไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย พวกเขามองว่าสิ่งที่ แม็คเคิลมอร์ พูดนั้นไม่ใช่ความรุนแรงหรือความเกลียดชัง แต่เป็นการเรียกร้องให้ยุติการกดขี่และความรุนแรงเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีกลุ่มศิลปินอย่าง มูนา ที่ออกมาสนับสนุนผ่านโซเชียลมีเดียว่า ทุกคนที่ร่วมมือกันปิดกั้นเสรีภาพในการพูดเรื่องนี้ช่างน่าผิดหวังเป็นที่สุด

มิตรภาพที่ยังคงอยู่ท่ามกลางพายุความเห็น

แม้จะเกิดความเห็นที่ไม่ตรงกันในเชิงนโยบายและการจัดการทัวร์คอนเสิร์ต แต่ แม็คเคิลมอร์ ก็ยังคงยืนยันว่ามิตรภาพระหว่างเขากับ เอ็ด ชีแรน ยังคงไม่จบลง เขายังคงยกย่องให้ เอ็ด ชีแรน เป็นพี่ชายและเพื่อนที่ดีเสมอมา และหวังว่าพวกเขาจะได้มีโอกาสพูดคุยถึงประเด็นนี้กันต่อไปในอนาคต แม้ตอนนี้ทัวร์คอนเสิร์ตจะต้องดำเนินต่อไปในเมืองฟิลาเดลเฟียโดยไม่มีเขาอยู่บนเวทีแล้วก็ตาม

ทางด้าน เอ็ด ชีแรน เองยังไม่ได้ออกมาตอบโต้หรือแสดงความคิดเห็นใดๆ ต่อคำแถลงการณ์ของ แม็คเคิลมอร์ หรือกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่ถาโถมเข้ามาหลังจากมีการประกาศถอดชื่อออกไป ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดของวงการเพลงในขณะนี้ ทุกสายตายังคงจับจ้องไปที่ความเคลื่อนไหวต่อไปของทั้งสองฝ่าย ว่าบทสรุปของเรื่องนี้จะคลี่คลายไปในทิศทางใดในวันที่ดนตรีถูกนำมาผูกโยงกับประเด็นทางสังคมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

สำหรับคุณแล้ว การที่ศิลปินใช้เวทีคอนเสิร์ตเป็นพื้นที่สื่อสารประเด็นทางสังคม เป็นสิ่งที่ควรได้รับการสนับสนุนหรือเป็นเรื่องที่ควรหลีกเลี่ยงเพื่อให้ดนตรีทำหน้าที่มอบความสุขเพียงอย่างเดียวครับ