นักแต่งเพลงระดับตำนานหลายคนมักจะพูดตรงกันว่า พวกเขารู้สึกเหมือนไม่ได้เป็นคนเขียนเพลงเหล่านั้นขึ้นมาเองตั้งแต่ต้น แต่เป็นเพียงสื่อกลางที่ถ่ายทอดงานที่มันมีตัวตนอยู่แล้วออกมาสู่โลกใบนี้ ความคิดนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะแม้แต่ บ็อบ ดีแลน ก็เคยให้สัมภาษณ์ไว้ตั้งแต่ปี 1962 ว่าเพลงเหล่านั้นมันมีอยู่แล้วในอากาศ รอเพียงแค่คนที่จะมาจดบันทึกมันลงกระดาษเท่านั้น ถ้าเขาไม่ทำ ก็จะมีคนอื่นที่ทำอยู่ดี
ความรู้สึกเหมือนมีพลังงานบางอย่างที่เหนือกว่ามาคอยชี้นำ คือสิ่งที่ แคโรล คิง ได้สัมผัสในช่วงเดือนมกราคมปี 1971 ตอนที่เธอแต่งเพลง ยู อาร์ มาย เฟรนด์ ซึ่งกลายเป็นหัวใจสำคัญของอัลบั้ม แธพเพสทรี ในปีนั้น เธอเคยเล่าให้ฟังว่าเพลงนี้เป็นเหมือนจุดสูงสุดของแรงบันดาลใจที่เธอเคยได้รับมา มันเป็นเพลงที่เขียนตัวเองขึ้นมาผ่านตัวเธอ โดยมีพลังงานจากภายนอกเป็นตัวขับเคลื่อน
จุดเริ่มต้นจากห้องอัดในฮอลลีวูด
ก่อนที่อัลบั้ม แธพเพสทรี จะโด่งดังจนหยุดไม่อยู่ แคโรล คิง เป็นนักแต่งเพลงที่มีชื่อเสียงจากการทำงานร่วมกับอดีตสามี เจอร์รี กอฟฟิน มาก่อน แต่หลังจากย้ายมาอยู่แถบ ลอเรล แคนยอน ในลอสแอนเจลิส และเริ่มทำอัลบั้มของตัวเอง ความสำเร็จก็ยังไม่ได้การันตีว่ามันจะเปรี้ยงปร้าง เพราะในตอนนั้นไม่มีใครคาดคิดว่าอัลบั้มนี้จะกลายเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการเพลง
เพลง ยู อาร์ มาย เฟรนด์ ถูกแต่งขึ้นในห้องอัด สตูดิโอ บี ของ เอแอนด์เอ็ม สตูดิโอส์ ในฮอลลีวูด ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่บรรยากาศการทำเพลงในย่านนั้นมีความเป็นกันเองสูงมาก ศิลปินอย่าง โจนี มิตเชลล์ และ เจมส์ เทย์เลอร์ ต่างก็กำลังบันทึกเสียงผลงานของตัวเองอยู่ในละแวกใกล้เคียง ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนทางดนตรีและร่วมงานกันแบบสปอนเทเนียส หรือการด้นสดทางความคิดที่ไร้กรอบ ซึ่งเป็นยุคทองของการสร้างสรรค์งานดนตรีอย่างแท้จริง
มิตรภาพที่กลายเป็นเพลงอันดับหนึ่ง
เจมส์ เทย์เลอร์ คือตัวละครสำคัญที่ทำให้เพลงนี้กลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก เขาเล่าว่าหลังจากได้ยิน แคโรล คิง เล่นเพลงนี้ให้ฟังที่ร้าน เดอะ ทรูบาดอร์ เขารู้สึกทึ่งทันทีจนต้องรีบไปคว้ากีตาร์มาหัดเล่น เพราะมันเป็นเพลงที่ฟังแล้วรู้เลยว่าเป็นคลาสสิกตั้งแต่โน้ตแรกที่ได้ยิน ต่อมาเมื่อเขามีเวลาเหลือในห้องอัดระหว่างทำอัลบั้ม มัด สไลด์ สลิม แอนด์ เดอะ บลู ฮอไรซัน เขาจึงตัดสินใจนำเพลงนี้มาบันทึกเสียงทันที
ความน่าสนใจคือ เจมส์ เทย์เลอร์ บันทึกเสียงเพลงนี้เสร็จก่อนเจ้าของเพลงเสียอีก จนเขาต้องไปบอก แคโรล คิง แบบเกรงใจว่าเขาแอบตัดหน้าเอาเพลงนี้มาทำเป็นซิงเกิล ซึ่ง แคโรล คิง ก็ตอบกลับด้วยความใจกว้างว่ามันเป็นเรื่องที่ดีมาก โดยที่ เจมส์ เทย์เลอร์ เพิ่งมารู้ภายหลังว่าแรงบันดาลใจของเพลงนี้จริงๆ แล้วมาจากท่อนหนึ่งในเพลง ไฟร์ แอนด์ เรน ของตัวเขาเองที่ แคโรล คิง หยิบมาต่อยอดเป็นคำสัญญาว่าเขาจะมีเพื่อนอยู่เคียงข้างเสมอ
ซิงเกิลเวอร์ชันของ เจมส์ เทย์เลอร์ พุ่งทะยานสู่อันดับ 1 ในสหรัฐอเมริกาเมื่อเดือนพฤษภาคมปี 1971 ในขณะที่ แคโรล คิง ไม่เคยปล่อยเพลงนี้เป็นซิงเกิลของตัวเองเลย แต่ความสำเร็จของเพลงนี้ก็กลายเป็นแรงส่งสำคัญที่ทำให้ชื่อของ แคโรล คิง กลายเป็นตำนานที่คนทั้งโลกต้องจดจำไปพร้อมกับความอบอุ่นของบทเพลงที่ไม่มีวันเก่าไปตามกาลเวลา สำหรับคุณแล้ว เพลงไหนที่ฟังแล้วให้ความรู้สึกเหมือนเป็นเพลงที่ถูกเขียนมาเพื่อปลอบประโลมใจคุณโดยเฉพาะบ้างครับ?
ที่มา: Latest from MusicRadar